23 กุมภาพันธ์ 2562 อาฟเตอร์ช็อก 32 ครั้ง ลําปางผวาพัง 80 หลัง

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1502846

ชาวเมืองรถม้ายังผวาหนัก เกิดอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องรวมแล้ว 32 ครั้ง ครูโรงเรียนทุ่งฮั้ววิทยา พานักเรียนกว่า 250 คน ซ้อมแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหว ทั้งก้มหลบใต้โต๊ะเรียนป้องกันสิ่งของหล่นใส่ และการอพยพออกจากห้องเรียนไปอยู่กลางสนามไม่ให้วิ่งชนกันจนบาดเจ็บ แถมได้รู้วิธีปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยทั้งตอนที่อยู่โรงเรียนและอยู่ที่บ้าน ผลสำรวจบ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 80 หลังใน 20 หมู่บ้าน วิศวกรจากกรมโยธาฯนำผู้เชี่ยวชาญมาประเมินระดับความเสียหาย ขณะที่ทางจังหวัดเตรียมจัดงบประมาณช่วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 4.9 แมกนิจูด ลึกจากพื้นดิน 21 กม. จุดศูนย์กลางอยู่ที่ ตำบลวังแก้ว อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ก.พ. แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในพื้นที่หลายจังหวัดภาคเหนือ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนและวัดวาอารามหลายแห่งได้รับความเสียหาย สาเหตุจากการขยับตัวของรอยเลื่อนพะเยา ในวันต่อมายังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกถึง 26 ครั้ง สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้าน เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะที่พระธาตุวัดพระเกิด ตำบลทุ่งฮั้ว พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำอำเภวังเหนือ ถูกแรงสะเทือนของแผ่นดินไหวจนยอดฉัตรหักเอียง ทางวัดแจ้งเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรมาตรวจสอบแล้ว ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพื้นที่อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เกิดอาฟเตอร์ช็อกขึ้นมาอีก 6 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นเวลา 22.13 น. วันที่ 21 ก.พ. ขนาด 1.7 แมกนิจูด ลึกลงไปในดิน 3 กม. ครั้งที่สอง เวลา 02.02 น.วันที่ 22 ก.พ. ขนาด 1.9 แมกนิจูด ลึกลงไปในดิน 5 กม. ครั้งที่สาม เวลา 02.50 น. ขนาด 1.5 แมกนิจูด ลึกลงไปในดิน 10 กม. ครั้งที่สี่ เวลา 03.25 น. ขนาด 2.3 แมกนิจูด ลึกลงไปในดิน 10 กม. ครั้งที่ห้า เวลา 04.24 น. ขนาด 1.7 แมกนิจูด ลึกลงไปในดิน 10 กม. และครั้งที่หก เวลา 10.07 น. ขนาด 1.9 แมกนิจูดลึกลงไปในดิน 2 กม. รวมแล้วในพื้นที่ อ.วังเหนือ ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. เกิดอาฟเตอร์ช็อกไปแล้ว 32 ครั้ง จากการสำรวจบ้านเรือนได้รับผลกระทบกว่า 80 หลังใน 20 หมู่บ้าน 7 ตำบลของ อ.วังเหนือ รวมทั้งอาคาร อบต.ทุ่งฮั้ว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลทุ่งฮั้ว และวัดอีก 3 แห่ง โดยเฉพาะวัดใหม่สามัคคีธรรม บ้านวังเจริญ หมู่ 7 ตำบลวังแก้ว ผนังโบสถ์หลังองค์พระประธานเกิดรอยแตกร้าวเป็นแนวยาวและปูนกะเทาะออกมา ที่โรงเรียนทุ่งฮั้ววิทยา หมู่ 4 ตำบลทุ่งฮั้ว อำเภอวังเหนือ ผอ.โรงเรียนพร้อมคณะครูและนักเรียนกว่า 250 คนร่วมกันซักซ้อมแผนอพยพนักเรียนให้มาอยู่ในที่ปลอดภัยหากเกินเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้นมาอีก โดยคณะครูให้คำแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องแก่นักเรียนหากเกิดแผ่นดินไหว ทั้งหาที่หลบใต้โต๊ะเรียนหากมีสิ่งของตกลงมาจากหลังคาและเพดาน รวมถึงการอพยพออกจากห้องเรียนไปอยู่กลางสนามให้ปลอดภัย โรงเรียนมีนักเรียนระดับอนุบาลถึงม.3 กว่า 250 คน อยู่ในพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ต้องมีการอพยพนักเรียนออกจากห้องถึง 2 ครั้งเพราะเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่อง ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วจะเห็นได้ว่า ครูนำนักเรียนออกจากอาคารอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุโรงเรียนให้คำแนะนำเด็กนักเรียนในการปฏิบัติตัวมาโดยตลอดและเช้าวันนี้ได้ซ้อมแผนอพยพนักเรียนให้มาอยู่ในที่ปลอดภัยหากเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นมาอีก ยอมรับว่าครูและนักเรียนหลายคนยังหวาดผวาเนื่องจากเมื่อช่วงเช้ามืดยังมีแผ่นดินไหวอาฟเตอร์ช็อกจนรู้สึกได้หลายครั้งจึงต้องซ้อมแผนอพยพเพื่อไม่ให้เกิดการวิ่งชนกันจนได้รับบาดเจ็บ หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก นักเรียนจะสามารถนำตัวเองไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้ทั้งที่โรงเรียนและบ้าน วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กรมโยธาธิการและ ผังเมือง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมายังอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เพื่อร่วมประเมินระดับความเสียหายของบ้านเรือนประชาชนกว่า 80 หลังใน 20 หมู่บ้าน 7 ตำบล ว่าบ้านแต่ละหลังจะอยู่ในระดับไหน กำหนดระดับไว้ 3 สี ระดับสีแดงคือเสียหายมากจนกระทบต่อโครงสร้างบ้าน ไม่แนะนำให้อยู่อาศัยระดับสีเหลืองคือเสียหายปานกลาง สามารถซ่อมแซมและเข้าอยู่อาศัยได้ และระดับสีเขียวคือเสียหายน้อย จากการสำรวจพบมีบ้านที่อยู่ในระดับสีแดง 1 หลังคือ บ้านของนายนวล ตานาคา เลขที่ 14 หมู่ 11 ต.ทุ่งฮั้ว เสาบ้าน 6 ต้นแตกร้าวลึกเข้าไปถึงเหล็กเส้น อีกทั้งเสาคอนกรีตมีสภาพเก่าอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างจึงไม่แนะนำให้อยู่อาศัยได้ และบ้านที่อยู่ในระดับสีเหลือง 1 หลังคือ บ้านของนายวสุมิตร นุชสวัสดิ์ อายุ 51 ปี เลขที่ 33 หมู่บ้านเดียวกัน เกิดการแตกร้าวรอบตัวบ้านแต่ไม่กระทบต่อโครงสร้าง สามารถซ่อมแซมได้ ด้านการซ่อมแซมบ้านเรือนและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ จังหวัดลำปางเตรียมเสนอนำงบประมาณฉุกเฉินทั้งของ อบต. และงบของจังหวัดในการช่วยเหลือ พิบัติภัยมาช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยต่อไป